CHAT WITH US👇
วิธีเช็กสเปคโน๊ตบุ๊ค ทำเองได้ง่ายๆในไม่กี่ขั้นตอน

สเปคคอม ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คไว้ใช้งาน เพราะข้อมูลเหล่านี้คือสิ่งที่บ่งบอกว่าความสามารถในการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่เราเลือกมานั้นอยู่ในระดับไหน และเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ แต่หลายคนมักจะเกิดคำ ถามว่า โน๊ตบุ๊คที่เราถืออยู่นั้นคือรุ่นอะไรมีสเปคโน๊ตบุ๊คอยู่ในระดับไหน และเหมาะสำ หรับ การใช้งานตามความต้องการจริงๆ หรือไม่
บทความนี้จะพาไปดูวิธีเช็กสเปคโน๊ตบุ๊คแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยากและยังสามารถทำได้เองที่บ้าน ดูได้ครบครัน ไม่ว่าจะ เป็นรายละเอียดของสเปคหลัก ชื่อรุ่น หรือรหัสโมเดล เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบสเปคคอม และการอัปเกรดในอนาคต
สเปคโน๊ตบุ๊ค ดูจากตรงไหนได้บ้าง
การดูสเปคโน๊ตบุ๊ค หรือคอมประกอบต่างๆ นั้น บางคนอาจเข้าใจว่าจะต้องถอดประกอบเพื่อดูชิ้นส่วนซีพียู (CPU) เมนบอร์ด (Mainboard) เช็กแรม (RAM) เช็กการ์ดจอ (GPU) หรือหน่วยเก็บข้อมูลต่างๆ แต่ในปัจจุบัน วิธี เช็กสเปคโน๊ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ง่าย สะดวกสบาย และไม่ต้องถอด ประกอบฮาร์ดแวร์ให้เสียเวลาหรือเสี่ยงต่อการชำ รุด โดยมีเช็กสเปคเครื่องที่แม่นยำ และนิยม 3 วิธี ดังนี้
1.ดูจากรุ่นโน๊ตบุ๊ค
วิธีที่รวดเร็วที่สุดโดยไม่ต้องเปิดเครื่องคือการสังเกตจากตัวบอดี้และกล่องที่มาพร้อมกับเครื่อง ถือเป็นวิธีดูรุ่น โน๊ตบุ๊คขั้นเบื้องต้นก่อนที่จะตรวจสอบสเปคเชิงลึก โดยสามารถสังเกตได้จากข้อมูลเหล่านี้
● ดูสติกเกอร์บนตัวเครื่อง: โน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่มักจะมีสติกเกอร์ที่ระบุข้อมูลสเปกคร่าวๆ แปะอยู่บริเวณที่พักมือ หรือใต้เครื่อง ซึ่งจะบอกชื่อซีพียู การ์ดจอ เทคโนโลยีเด่นของรุ่นนั้นๆ รวมถึงชื่อรุ่นและรหัส Serial Number
● ดูชื่อโมเดลบนกล่อง: กล่องบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่จะระบุข้อมูลสเปกโน๊ตบุ๊คไว้ครบถ้วน ทั้งรหัสโมเดลเฉพาะ (เช่น MSI Katana 15 B13V) ซึ่งรหัสนี้มีความสำ คัญมากในการแยกสเปกและรุ่นย่อยของโน๊ตบุ๊ครุ่นนั้นๆ
● ค้นหาชื่อโมเดลบนเว็บไซต์: เมื่อทราบรหัสรุ่นจากตัวเครื่องหรือกล่องแล้ว คุณสามารถนำ ชื่อนั้นไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตเพื่อดูสเปคโน๊ตบุ๊คจากหน้าเว็บไซต์ของผู้ผลิต ซึ่งจะแสดงข้อมูลทุกอย่างตั้งแต่ประเภทของหน้าจอ พอร์ตการเชื่อมต่อที่มีมาให้ ไปจนถึงข้อมูลเชิงลึกต่างๆ
2. ดูจากภายในเครื่อง (ระบบ Windows)
วิธีเช็กสเปคโน๊ตบุ๊คในปัจจุบัน สามารถตรวจสอบได้จากบนระบบ Windows ได้เช่นกัน โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
การใช้หน้า System Information (msinfo32)
● คลิกที่ช่อง Search บน Taskbar หรือกดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ด
● พิมพ์คำ ว่า System Information หรือ msinfo32 แล้วเลือก System Information
● หน้าต่างของ System Information จะแสดงขึ้นมา ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลสเปคโน๊ตบุ๊คทั้งหมดของ
คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ
ภายในหน้า System Information นี้จะแสดงข้อมูลสำคัญมากมาย เช่น
● System Model: บอกรหัสรุ่นและโมเดลของโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นๆ
● Processor: รายละเอียดของซีพียูที่ใช้รวมถึงความเร็วและจำ นวนคอร์
● Installed Physical Memory (RAM): ขนาดแรมทั้งหมดในเครื่อง
● BIOS Version/Date: ข้อมูลเวอร์ชันของ Bios สำ หรับตรวจสอบความเข้ากันได้ของระบบหรือทำ การ
อัปเดตเพื่อความเสถียร
นอกจากนี้ หากคุณต้องการเช็กสเปคโน๊ตบุ๊คแบบรวดเร็วเพื่อดูอัตราการทำ งานปัจจุบันผ่าน Task Manager ได้ เช่นกัน ด้วยการกด Ctrl + Shift + Esc เพื่อเปิด Task Manager แล้วไปที่แท็บ Performance เพื่อดูการทำ งานของซีพียู แรม และการ์ดจอแบบ Real-time
3. ดูจากซอฟต์แวร์เฉพาะทาง
นอกจากการตรวจสอบสเปคโน๊ตบุ๊คข้างต้นแล้ว การใช้ซอฟต์แวร์ภายนอกก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ ในผู้ใช้งานระดับสูงที่ต้องการทราบรายละเอียดเชิงลึก เช่น อุณหภูมิการทำ งาน หรือประสิทธิภาพแบบ Real-time ต่างๆ โดยมีซอฟต์แวร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ดังนี้
● CPU-Z: ซอฟต์แวร์ยอดนิยมให้ข้อมูลเกี่ยวกับสเปคโน๊ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์อย่างละเอียด ตั้งแต่ชื่อรุ่นฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงจำ นวนสล็อตที่ใช้ไปและความเร็วที่ทำ งานอยู่จริง
● HWiNFO: ซอฟต์แวร์สำ หรับตรวจสอบสเปคโน๊ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ ที่นอกจากจะให้ข้อมูลที่ละเอียดและครบครันแล้ว ยังสามารถตรวจสอบเซนเซอร์ อุณหภูมิ และระดับการจ่ายไฟ เหมาะสำ หรับการทดสอบ
ประสิทธิภาพเครื่องเวลาเล่นเกมหนักๆ
วิธีดูสเปคคอม ก่อนซื้อสำหรับผู้ที่กำ ลังมองหาคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่และต้องการทราบวิธีดูสเปคคอมก่อนซื้อเพื่อ เปรียบเทียบหาคอมพิวเตอร์ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด แต่ยังไม่แน่ใจว่าสเปคแบบไหนถึงจะ เหมาะสมกับการใช้งานที่ต้องการ สามารถพิจารณาได้จากปัจจัยสำ คัญทั้ง 4 ข้อ ดังนี้
ซีพียู (CPU)
ในการเลือกสเปคโน๊ตบุ๊ค สิ่งแรกที่ต้องดูคือ “ซีพียู” หัวใจหลักในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ หากคุณ ต้องการโน๊ตบุ๊คสำ หรับการทำ งานเอกสารทั่วไป สามารถเลือกใช้ซีพียู Intel ระดับ Core i3, i5 / Core Ultra 3, 5 หรือซีพียู AMD ระดับ Ryzen 3,5 ก็เพียงพอแล้ว แต่หากต้องการโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่เน้นประสิทธิภาพและความ ลื่นไหล ก็ควรเลือกใช้ Intel Core i7 หรือ Core Ultra 7 รุ่นล่าสุด และ AMD Ryzen 7 ขึ้นไป เพื่อการประมวล ผลที่รวดเร็วทันใจ
การ์ดจอ (GPU)
สำหรับโน๊ตบุ๊คทำ งาน การ์ดจออาจไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่สำ คัญเท่ากับซีพียู แต่ในการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งนั้น ยิ่งต้องให้ความสำ คัญเป็นพิเศษ เนื่องจากจะทำ หน้าที่ประมวลผลภาพกราฟิกต่างๆ โดยเฉพาะการเลือกการ์ดจอที่ มีประสิทธิภาพ เช่น NVIDIA GeForce RTX 50 Series ที่รองรับเทคโนโลยี DLSS ช่วยให้ภาพลื่นไหล รวมถึง เทคโนโลยี Ray Tracing ที่ช่วยให้การประมวลผลแสงเงาภายในเกมมีความสมจริงยิ่งขึ้น
แรม (RAM)
วิธีดูแรมโน๊ตบุ๊คในปัจจุบัน ควรเน้นที่มาตรฐาน DDR5 และมีความจุอย่างน้อย 16GB ขึ้นไป เพื่อการใช้งานที่ลื่น ไหล ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโปรแกรม หรือการเปิดแท็บเว็บไซต์หลายๆ หน้า เป็นต้น สำ หรับคนที่มีแผนจะอัปเกรดใน ภายหลัง ควรเลือกเครื่องที่ใช้แรมประเภท SO-DIMM ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนแรมได้ ไม่ใช่แรมแบบฝังบอร์ดที่ไม่ สามารถอัปเกรดได้
หน่วยจัดเก็บข้อมูล (Storage)
ควรเลือกหน่วยจัดเก็บข้อมูลแบบ SSD ที่มีความจุอย่างน้อย 512GB ขึ้นไป เพื่อให้การเปิดเครื่องและโหลด โปรแกรมต่างๆ ทำ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่เสียเวลาในชั่วโมงที่เร่งรีบ และมีพื้นที่เพียงพอสำ หรับการเก็บข้อมูลสำ คัญ แต่สำ หรับโน๊ตบุ๊คเกมมิ่ง ควรพิจารณาความจุอย่างน้อย 1TB ขึ้นไป เนื่องจากเกม PC ในปัจจุบันค่อนข้างใช้พื้นที่ ในการติดตั้งค่อนข้างเยอะ
การเช็กสเปคโน๊ตบุ๊คไม่ได้เป็นเพียงความรู้ทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นทักษะสำ คัญที่ช่วยให้คุณดูแลรักษาและใช้ งานเครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูรุ่นโน๊ตบุ๊คเพื่อค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบ การเช็กแรม เพื่อเตรียมพร้อมสำ หรับอัปเดตการอัปเกรดเครื่อง หรือการจัดสเปคคอมเครื่องใหม่ เพื่อให้คุณสามารถจัดการ ก้ปัญหา และตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณ
